การเปลี่ยนคีย์ และการใช้ Capo
สำหรับมือใหม่นั้น เมื่อเราพบเพลงที่มีคอร์ดยากๆนั้น สิ่งที่สามารถทำได้คือ การเปลี่ยนคีย์ ให้เล่นได้ง่ายขึ้น แต่การเปลี่ยนคอร์ดให้ได้ คีย์ ง่ายๆนั้น แน่นอน ความสูงต่ำของเสียงก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย อุปกรณ์ที่ทำให้ เราสามารถเปลี่ยนคอร์ด จากยากเป็นง่าย แล้วช่วยทำให้เราเล่น ได้ในคีย์เดิมนั้น เราเรียกว่า "Capo" หรือเคโป้ คนไทยอาจเรียกว่า คาโป้
Capo อาจพูดได้ว่าเป็น อุปกรณทุ่นแรงสำหรับมือใหม่ แต่ในเพลงโฟล์คแล้ว Capo สร้างสีสรรค์ ให้กับเพลงได้อย่างมาก ศิลปิน มักนิยมใช้ Capo ในการเล่นกีต้าร์ คู่ประสาน เช่น ในเพลงเดียวกัน กีต้าร์ 1 เล่นคอร์ด ปกติ แต่ กีต้าร์ 2 อาจเล่นอีกคอร์ดหนึ่ง แต่ใช้ Capo คาดที่กีต้าร์ เพื่อให้ได้คีย์เท่ากัน แต่เสียงที่ได้จะสูงกว่าการเล่นคอร์ดปกติ เช่น กีต้าร์ 1 อาจเล่น คอร์ด์ F แต่ กีต้าร์ 2 เล่น คอร์ด์ C แต่ คาด Capo ที่ ช่อง 5 ก็จะได้ คอร์ด์ F เช่นกัน
จากภาพจะเห็นว่า โน๊ตจากตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งมีระยะห่างไม่เท่ากัน คือ
A ไป B มีระยะห่าง สองครึ่งเสียง หรือ หนึ่งเสียงเต็ม
B ไป C มีระยะห่าง ครึ่งเสียง
C ไป D มีระยะห่าง สองครึ่งเสียง หรือ หนึ่งเสียงเต็ม
D ไป E มีระยะห่าง สองครึ่งเสียง หรือ หนึ่งเสียงเต็ม
E ไป F มีระยะห่าง ครึ่งเสียง
F ไป G มีระยะห่าง สองครึ่งเสียง หรือ หนึ่งเสียงเต็ม
G ไป A มีระยะห่าง สองครึ่งเสียง หรือ หนึ่งเสียงเต็ม
A-----|-----B-----C-----|-----D-----|-----E-----F-----|-----G-----|-----A
ดูบน FingerBoard จะได้ตามนี้ครับ
b (flat) กับ # (sharp)
b (flat) คือ โน๊ตที่ ต่ำกว่าเสียงปกติลงมาครึ่งเสียง
# (sharp) คือ โน๊ตที่ สูงกว่าเสียงปกติขึ้นไปครึ่งเสียง
เช่น C ถ้าสูงขึ้น คือ C# ถ้าต่ำลงมาคือ Cb หรือ B นั่นเอง เพราะ B อยู่ต่ำกว่า C ลงมาครึ่งสียง เช่นกัน ส่วน C# ก็เท่ากับ Db ครับ
ลองเปลี่ยนดูครับ
คอร์ด E ลองนับไป 3 ครึ่งเสียง จะได้ คอร์ด G
ให้ คาด Capo ที่ ช่อง 3 แล้วเล่น คอร์ E ก็จะได้ เสียงคอร์ด G ครับ
ถ้าคอร์ดไหน ลงท้าย ด้วย อะไรก็ใส่ไปด้วย เช่น Em7 ก็เปลี่ยนเป็น Gm7
หา Key เพลง
แล้วเพลงนั้นเป็นคีย์อะไร ส่วนมาก จะดูที่ คอร์ดสุดท้ายของ เพลงนั้นครับ แต่ไม่เสมอไป เพราะบางเพลงอาจเปลียนไปหลายคีย์ครับ แต่ส่วนมาก โดยทั่วไป จะลงท้านด้วย คอร์ของ คีย์เพลงเสมอ
อัพเดทสุดท้าย 19/5/2550
|